อยากสั่งซื้อ + ถามข้อมูล เกี่ยวกับ เห็ดกระดุมสกัด ต้านมะเร็ง ค่ะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อยากสั่งซื้อ + ถามข้อมูล เกี่ยวกับ เห็ดกระดุมสกัด ต้านมะเร็ง ค่ะ

ตั้งหัวข้อ  jutamardj on Sun May 06, 2012 10:43 am

ได้พบเวบไซต์นี้โดยบังเอิญ จากการที่หายา/สมุนไพร ต้านมะเร็ง เวบมีประโยชน์มากๆค่ะ แต่ก่อนหน้านี้เข้าเวบหลักไม่ได้ อีเมล์ส่งไปถามก็ตีกลับค่ะ T T

คุณพ่อ (64ปี) เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากค่ะ ค่า PSA 220 ระยะ 3 ปลายๆ 4 ต้น ผล bone scan ยังไม่ลามไปกระดูก แต่ยังไม่ได้ทำ CT Scan ว่าลามไปต่อมน้ำเหลืองรึยัง แต่คุณหมอคิดว่าน่าจะลามไปแล้ว สุขภาพโดยทั่วไปดีมากค่ะ กำลังใจก็ดีเช่นกัน คุณหมอให้ผ่าตัดต่อมลูกหมาก+อัณฑะ แต่คุณพ่อไม่ยอมค่ะ อยากรักษาทางเลือกดูก่อน ตอนนี้ก็รักษาแบบกดจุดไปด้วย ทานน้ำสกัดหญ้าปักกิ่งในตอนเช้า(และกำลังจะเข้ารับการรักษาวิธีฉีดฮอร์โมนในอาทิตย์หน้าค่ะ เพราะเป็นการชะลอการกระจาย และตัดฮอร์โมนที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโต)

ได้อ่านหลายบทความเกี่ยวกับ เห็ดกระดุมบราซิล ต้านมะเร็ง รวมถึงเห็ดอื่นๆ+สมุนไพร รวมใส่แคปซุล จึงสนใจมากๆ อยากให้ท่านทานค่ะ
ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหนคะ ? มีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์รึปล่าวคะ หากไปที่ร้านจะได้ข้อมูลโดยตรงมากกว่ามั้ยคะ ???

หลังจากที่เจอ อานนท์ ไบโอเทค ทำให้ได้ความรู้ เลยสนใจไปหาข้อมูลต่อเกี่ยวกับเห็ด เลยได้ข้อมูลอื่นๆเพิ่มค่ะค่ะ

ตอนนี้ที่สนใจค่ะ มี

1. Betaglucan จากยีสต์ดำ (1,3-1,6-Beta Glucan) ในรูปแบบเจล

2. เห็ดหลินจือสกัด REISHI SUPER. 1185mg
Reishi (Ganoderma lucidum) Fruit Body 500 mg *
Reishi (Ganoderma lucidum) 14:1 Extract 300 mg *
Ginger (Zingiber officinale) Root Powder 200 mg *
Maitake Mushroom Standardized Extract , TD-Fraction™ (10% active proteoglucan) 100 mg *
Vitamin C 80 mg 133%
Bioperine® (from Piper nigrum) 5 mg *

3. เห็ดไมตาเกะ MAITAKE Mushroom Extract 450mg
Serving Size 3 Capsules
Vitamin C 30 mg 50%
(as Ascorbic Acid)
Maitake Mushroom 450 mg *
(Grifola frondosa) (plant)
Maitake Standardized Plant Extract 30 mg *
(D-fraction 10% concentration)

4. ตัวนี้สกัดจากเห็ดสามชนิด หลินจือ ไมตาเกะ ชิตาเกะ อย่างละ 200mg.
Maitake mushroom Extract ,Standardized to 30% polysaccharides (Fruiting bodies)
Reishi mushroom Extract, Standardized to 10% Polysaccharides, 2 % ergosterols (Wholeplant body)
Shitake mushroom Extract, Standardized to 6% Polysaccharides (Wholeplant body)

5. ยาน้ำเทียนเซียน (ตัวนี้ไม่ค่อยรู้ข้อมูลเท่าไหร่ แต่ข้อมูลเวบเหมือนว่าคนจะใช้เยอะมาก)

ถ้าเราจะรับประทาน (betaglucan ยีสต์, เห็ดสกัดบางตัว, ยาน้ำเทียนเซียน) ร่วมกันไปด้วย จะเยอะเกินไปมั้ยคะ หรือว่าเลือกทานเฉพาะตัวไหนดีคะ ยังไงก็อยากจะใช้ตัวของทาง อานนท์ ไบโอเทคดูก่อนค่ะ

ข้อมูลในอินเตอร์เน็ทเกี่ยวกับมะเร็งเยอะมาก อ่านจนเหนื่อยค่ะ สูตรเยอะแยะไปหมด อ่านไปใช้วิจารณญาณไป ว่าที่ไหนน่าเชื่อถือ ข้อมูลไหนมีหลักวิชาการอ้างอิงหรือ ตย.

รบกวนให้ข้อมูลด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^^

jutamardj

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 06/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดกับมะเร็งในต่อมลูกหมาก

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon May 07, 2012 10:23 am

นับว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่แสดงถึงความกตัญญูต่อผู้บังเกิดเกล้า และเป็นความเป็นห่วงเป็นใยในสุขภาพของคุณพ่อ และก็นั่นแหละ เหมือนกับว่า สิ่งที่เราเรียกว่า เป็นความรู้สมัยใหม่ ทันสมัยสามารถรับรู้ ตรวจสอบได้ทุกภาคส่วนของร่างกายว่า ร่างกายของมนุษย์นั้นมีอะไรเกิดผิดปกติขึ้นในร่างกายด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ถามว่าดีไหมที่ต้องไปตรวจสอบร่างกายให้ละเอียดถี่ถ้วนถึงปานนั้น ต้องตอบว่าดี เพราะเราจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไร ผิดปกติอย่างไร และรุนแรงขนาดไหน แต่ถามว่า หากรู้แล้วเราควรทำอย่างไร ส่วนใหญ่ก็บอกว่าแล้วแต่หมอ หรือใครที่มีประสบการณ์แนะนำ ทั้งๆที่เราเป็นผู้เสียหายหรือผู้รับเคราะห์กรรมหรือเป็นเจ้าของโรค แต่เราก็ล้วนแล้วแต่ต้องไปเชื่อหรือมอบกายโดยดุษฎีให้คนอื่นพิพากษา ดูสิ หากเครื่องมือที่เขาสร้างขึ้นมา เผอิญไปตรวจว่ามีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งบกพร่อง เขาก็จะรักษา ณ จุดนั้น หรือตัดเอาส่วนนั้นออก โดยไม่คิดถึงว่า ส่วนนั้น มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับส่วนอื่นๆ ผลสุดท้ายก็กลายเป็นงูกินหางไป และผลสุดท้ายก็เอาอะไรไม่ได้เลย ดังนั้น เรื่องอย่างนี้ ต้องขอให้ทุกท่านที่เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง จงพิจารณาดูถึงสาเหตุที่แท้จริง แม้ว่า ปัจจุบัน ข้อมูลที่ดีๆมากมายมหาศาล มากจนไม่รู้จะไปเชื่อใครและจะตัดสินใจอย่างไร เราก็ต้องกลับไปที่ความรู้พื้นฐานใหม่อยู่ดี อย่าเพิ่งไปกระโดดตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยเกินไป จริงๆแล้ว ได้กล่าวไปแล้วเสมอมาว่า ร่างกายของมนุษย์นั้น มีเซลมะเร็งแฝงอยู่ในตัวของเรามาตั้งแต่เกิดแล้ว และเราก็อยู่กับมันต่างคนต่างอยู่อย่างมีความสุข ก็ไม่มีอะไร แต่ด้วยเพราะเราไปทานอาหารหรือมีสภาพแวดล้อมเป็นพิษไง ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเป็นเหตุให้เซลมะเร็งเจริญออกมาแย่งชิงอาหารที่ร่างกายปกติจะได้รับ แถมมันยังไปเบียดเบียนหรือทำลายเซลดีๆของร่างกายเสียอีก ดีแล้วล่ะ ขอบคุณมากแล้วล่ะ ที่เราไปตรวจ PSA ว่า มีการแสดงบ่งบอกว่า น่าจะเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมาก พอแล้วล่ะ รู้เท่านั้นก็พอ ไม่ต้องไปสืบอะไรให้เป็นที่วิตกกังวลไปมากกว่านี้ ยิ่งรู้มากว่า มันไปถึงไหน ลามไปนั่นไปนี่แล้วยัง ก็ยิ่งทำให้จิตใจหดหู่ บางคนที่อาจจะเรียนมาสูงๆก็จะเถียงว่า มันต้องสแกนให้มันรู้ว่ามันไปอย่างไรถึงไหน ถามว่า รู้แล้วจะได้อะไร หรือว่ารู้แล้ว เราสามารถแซะ เฉือนมันออกทิ้งไป เหมือนผลไม้บางส่วนที่มันเน่าเสียอย่างนั้นเหรอ แล้วยิ่งตรวจเข้าไปมาก ก็ยิ่งจะมีข้อเสนอให้ตัดนั่นตัดนี่ และใช้ยานั่นยานี่ ยิ่งเข้าไปมากเท่าไหร่ ต้องไปขนเอาเงินกองทุนที่เก็บสะสมมา เพื่อเอามายื้อชีวิตเราตามวิธีการแผนใหม่กระนั้นหรือ หลายต่อหลายรายที่เราเคยสัมผัส บางรายเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีชื่อเสียง เอ่ยชื่อแล้วใครๆก็รู้จัก ท่านมีเงินมาก พอท่านเป็นมะเร็ง ท่านก็ไปรักษาทุกที่ในโลกที่ว่ามีหมอดีๆ ไปอเมริกา ไปทำสเต็มเซล ทำอะไรต่ออะไรก็เอาไม่อยู่ กลับมาเมืองไทย หมอชั้นเยี่ยมก็ลองผิดลองถูก จนไม่สามรรถทำอะไรได้ ผลสุดท้าย ก็ต้องปล่อยให้ท่านมาสงบสติในช่วงท้ายของชีวิตที่บ้าน แต่พอท่านคิดได้ว่า มันยังน่าจะมีหนทาง ท่านปรับตัวทันและหันมาดูที่ต้นเหตุและสาเหตุและการรุกรานของมะเร็ง ก็พบว่า แม้ท่านสิ้นหวังแล้ว ไม่มีเปอร์เซ็นต์ของการรอดชีวิตเหลืออยู่แล้ว นับชั่วโมงอยู่แล้ว แต่ท่านก็กลับมาเป็นคนปกติได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง เพียงแต่พอท่านกลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว ด้วยความปรารถนาดีจากวิทยาการแผนใหม่ ตรวจพบว่า ร่างกายของท่านขาดนั่นขาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่เป็นมะเร็งนั้น เซลมะเร็งมันจะไปแย่งกินโปรตีนจะเซลธรรมดา ดังนั้น รายไหนรายนั้นที่เป็นมะเร็ง ก็มักจะถูกตรวจพบว่า ร่างกายขาดโปรตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนไข่ขาว ก็จะถูกขยั้นขยอให้ทานอาหารโปรตีนเข้าไปมากๆ หากคุณได้อ่านคำถามเมื่อไม่กี่วันในกระทู้ของเวปนี้ ที่บอกว่าคุณแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วได้รับคำแนะนำว่า ต้องทานไข่ขาวสดๆวันละ 6 ฟอง โดยผู้ป่วยบอกว่า อย่าว่าแต่ ไข่ไก่สด 6 ฟองเลย แค่ฟองเดียวก็ทานไม่ได้แล้ว นี่ไง ที่บอกว่า ผลของการตรวจบอกว่าอย่างนั้น ผลของการรักษาในเมื่อเรารู้ว่ามันขาดอะไร เราก็ใส่เข้าไป ผู้ป่วยบางรายถูกแนะนำว่า ไม่ควรทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เพราะเซลมะเร็งจะเอาไปใช้ได้ง่าย ให้ทานโปรตีนจากปลา เพราะเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ก็นี่แหละ ที่ท่านอดีตนายกไปหลงเชื่อ ที่ป้าของผมหลงเชื่อ ทั้งๆที่เรารักษาอาการป่วยจากมะเร็งสู่ปกติแล้ว แต่พอไปเชื่อคำแนะนำให้ทานปลาเท่านั้น ปรากฎว่าไม่กี่วัน เซลมะเร็งลามอย่างรวดเร็วไปในทุกส่วนของร่างกายแล้วก็ตายตามปลาไปแทบทุกราย นี่คือ อุทาหรณ์ ไม่ใช่เป็นการขู่ ไม่ได้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้น ขอให้กลับไปที่พื้นฐานของการเป็นมะเร็ง และต้องเข้าใจว่า เซลมะเร็งไม่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วอย่างไร ขอให้คุณย้อนไปอ่านเกร็ดต่างๆที่ ดร.อานนท์ ได้เขียนและได้เล่าให้ฟังในหลายๆกรณีของผู้ป่วย และรายล่าสุด ที่เรากำลังยื้อชีวิตอยู่ ก็คือ รายของลุงลิ้ม เจียศริรพงษ์กุล ที่อยู่ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ที่ภรรยาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล ลุงลิ้มป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย และลามไปทุกส่วนของร่างกายแล้ว ตาเริ่มบอดมองไม่เห็นแล้ว ความจำไม่มีแล้ว ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว ให้อาหารทางสายยางเท่านั้น หมออนุญาตให้กลับบ้านเพื่อไปใช้ชีวิตสุดท้ายที่บ้านแล้ว ภรรยาถึงยอมว่า จะมียาหรือมีวิธีอะไรก็ได้ ยอมทุกอย่าง เพราะวิทยาการแผนใหม่ไม่มีแล้ว ยกเว้นฉีดมอร์ฟีนเพื่อยับยั้งความเจ็บปวดเท่านั้น ดร.อานนท์ได้รับการขอร้องจากบรรดาญาติๆให้ช่วยชีวิตลุงลิ้ม ซึ่ง ดร.อานนท?กล่าวว่า ตัวท่านเองไม่ได้เป็นหมอ ไม่ได้เรียนอะไรมาทางนี้เลย เพียงแต่ท่านและครอบครัวเป็นเบาหวานโดยกรรมพันธุ์ และญาติๆส่วนใหญ่ตายด้วยอายุไม่อันควร บางรายก่อนตายต้องถูกตัดอวัยวะที่เน่าเปื่อยออกเป็นที่น่าเวทนายิ่ง แต่ตอนหลังพอพวกเราตั้งสติได้ เราเลือกทางเดินของเรา เราหันไปทานอาหารที่เป็นธรรมชาติที่สุด และทานของสดที่มีเอ็นไซม์ให้ได้มากที่สุด ทำให้ครอบครัวเราปลอดจากโรคนี้กันโดยสิ้นเชิงทั่วหน้า เช่นเดียวกับ ญาติที่เป็นมะเร็ง แม้จะอยู่ในขั้นสุดท้ายที่หมดหวังแล้ว แต่หากพอที่จะเอาอาหารใส่สายยางเข้าไปได้ เราก็จะไม่ละความพยายาม ในกรณีของลุงลิ้ม เราก็ให้อาหารทางสายยาง โดยจำกัดโปรตีนที่ให้ แทนที่จะเป็นนม เป็นไข่ เป็นปลา เราก็เปลี่ยนเป็นโปรตีนจากพืช เช่น จากถั่ว จากเห็ด พร้อมกันนั้น ก็เลือกเอาเห็ดที่มีสารยับยั้งเซลมะเร็ง หรือยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยในขบวนการ angiogenesis แค่ 2-3 วันเท่านั้น ลุงลิ้มมีอาการดีขึ้น และปัจจุบันสายตาของลุงลิ้มกลับคืนสู่ปกติ สามารถมองเห็น และสมองสามารถจำได้ คุยโต้ตอบทางโทรศัพท์ได้ ตอนนี้สามารถพยุงตัวขึ้นบันไดได้แล้ว นี่ก็คือ อีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟัง โดยขอสรุปว่า กรณีของคุณพ่อคุณนั้น ดีแล้วที่เรารู้ว่า ท่านเป็นอะไร แล้วต้องรีบดำเนินการรักษาท่านด้วยการกลับไปดูที่มูลเหตุ ต้องให้ท่านหรือโน้มน้าวให้ท่านร่วมมือกับการรักษานี้ กล่าวคือ ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนกรรมวิธีและอุปนิสัยการกินโดยสิ้นเชิง ท่านจะต้องเลือกกินอาหารที่เซลมะเร็งไม่ชอบ ไม่ใช่ทานอาหารที่ปากเราชอบ สิ่งที่เป็นตัวสำคัญในการเร่งการเจริญเติบโตเซลมะเร็งนั้น คือ โปรตีน จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ท่านทานอาหารโปรตีนจากสัตว์เลย รวมทั้งปลาและอาหารทะเลด้วย ให้ทานพวกถั่ว พืชอ่อน เช่น ยอดถั่ว ยอดข้าวโพด และเห็ดแทน เฉพาะตรงนี้ ก็จะมีผลสุดๆต่อการกระจายของเซลมะเร็งแล้ว จากนั้น ก็หาอาหารหรือสมุนไพรอะไร ที่ให้ท่านทานเพื่อล้างพิษ หรือขจัดการอักเสบ ที่ดีที่สุด ก็คือ พวกใบรางจืดหรือย่านางแดงสดๆ เอามาปั่นผสมน้ำให้ท่านทาน และหากเป็นไปได้ ก็หาทานเห็ดที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน เช่น เห็ดกระดุมบราซิล เห็ดเค็งหรือเห็ดกระถินพิมาน เห็ดหลินจือ เห็ดไมตาเก๊ะ เห็ดขอนซ้อน อะไรพวกนี้ จริงๆแล้ว เห็ดแทบทุกชนิดที่มีขายตามท้องตลาดไม่ว่า เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ใช้ได้ทั้งนั้น เอามาประกอบอาหารให้ท่านทาน แต่หากจะให้ดีที่สุด ต้องเอามาทำการหมักให้เกิดเป็นเอ็นไซม์และน้ำเอ็นไซม์ที่ได้จากการหมักจะไปย่อยสารอาหารที่เป็นยาในตัวเห็ดออกมา เพราะส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดที่มีขายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่ ไม่ต้มก็บดขายเท่านั้น ซึ่งการต้มไม่ใช่้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสกัดสารที่เป็นยาออกจากเห็ด เช่นเดียวกับการตากแห้งแล้วบดนั้น ร่างกายก็ไม่สามารรถที่จะเอาสารอาหารที่เป็นยาในเห็ดเอาไปใช้ได้ จะต้องใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยย่อยหรือสกัดเอาออกมาเสียก่อน เรื่องนี้ หากสนใจผลิตภัณฑืที่ผ่านขบวนการหมักของเห็ดกระดุมบราซิลและเห็ดรวมที่เป็นยา รวมทั้งผ่านขบวนการทำแห้งด้วยความเย็นจัดของอานนท์ไบโอเทคนั้น สามารรถติดต่อสอบถามได้ที่ 029083308 และ 0860830202 แน่นอนครับ แค่โทรคุยกับเจ้าหน้าที่เขา โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตนเอง เขาบริการส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้านอยู่แล้วครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิธีรับประทาน

ตั้งหัวข้อ  jutamardj on Fri May 11, 2012 2:16 pm

ซื้อตัวยาเห็ดกระดุมมาให้คุณพ่อทานแล้วค่ะ จากที่อ่านข้อมูลมา เห็นว่าทานก่อนอาหารน่ะค่ะ แต่ว่าถามทางหน้าร้านแนะนำว่าให้ทานหลังอาหารครั้งละ 2 เม็ด จากที่ถามทางหน้าร้านบอกว่า หากทานก่อนอาหาร (ในบางท่าน)เกรงว่าจะทานข้าวได้น้อยลง จึงแนะนำให้ทานหลังอาหาร เลยอยากถามข้อมูลที่แน่นอนน่ะค่ะ
ไม่ได้เอาเอนไซม์มาด้วย เพราะเค้าว่าไม่ได้ช่วยโดยตรง แต่ก็ยังสนใจตัวนี้อยู่ เพราะถ้าช่วยบำรุงให้สุขภาพแข็งแรงร่วมด้วยก็อยากให้ทานค่ะ รบกวนถามคุณไผ่ว่าให้คุณพ่อทานเอนไซม์ด้วยดีมั้ยคะ ? วิธีการทานด้วยค่ะ อยากให้คุณแม่ทานด้วยค่ะ จะได้ช่วยรักษาสุขภาพ

สอบถามเรื่องเห็ดกับฮอร์โมนด้วยค่ะ เพราะคุณหมอจะแนะนำมา ว่าไม่ให้ทานอะไรที่เกิดการกระตุ้นฮอร์โมน (เช่นโสมเกาหลี หรือ ยาจีนบางตัว) เพราะมะเร็งต่อมลูกหมากจะต่างจากมะเร็งชนิดอื่นตรงที่ไวต่อฮอร์โมนมาก พอบอกคุณพ่อให้ทานเห็ดได้ ท่านก็เลยถามเรื่องนี้ค่ะ เพราะหลายคนก็จะบอกว่า อย่าทานเห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เพราะกระตุ้นฮอร์โมน เลยคิดว่าถามผู้เชี่ยวชาญน่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่าน่ะค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

jutamardj

จำนวนข้อความ : 3
Join date : 06/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

เห็ดที่เอาไปนั้นไม่ใช่ฮอร์โมน แต่มันมีความสามารถในการยับยั้งการส้รางเส้นเลือดฝอย ที่ถูกเซลมะเร็งหลอกให้สร้าง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Fri May 11, 2012 9:15 pm

โดยปกติ เห็ดที่คุณได้ไปนั้น จะทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ หากทานก่อนก็อย่างที่เจ้าหน้าที่บอก เพราะเห็ดก็คือผัก ก็จะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง เพราะมันก็คือ อาหารซึ่งเท่ากับอาหารสิบห้าเท่า เพราะมันเป็นของแห้ง แต่ก็ดี เพราะมันมีโปรตีนที่่รางกายต้องการ แต่เซลมะเร็งไม่ชอบ แต่หากทานหลังอาหาร มันก็จะต้องคลุกเคล้าไปกับอาหาร อาจจะต้องเพิ่มปริมาณการทานเข้าไป ตัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เป็นฮอร์โมนในการกระตุ้นเลย ในทางตรงกันข้ามมันกับยับยั้งขบวนการสร้างเส้นเลือดฝอย ที่เซลมะเร.คอยพยายามหลอกให้เส้นเลือดสร้างเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงเซลมะเร็ง แต่เห็ดดังกล่าวพวกนี้ มันจะไปลบสัญญาน เพื่อไม่ให้เส้นเลือดโดนหลอกหรือทำตามที่เซลมะเร็งต้องการ ส่วนเอ็นไซม์นั้นถูกต้องว่า มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก แต่มันคือ สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการต่างๆของเซลทุกส่วนของร่างกาย โดยปกติ เมื่อเราอายุมากขึ้น เอ็นไซม์ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาจะไม่เพียงพอ ดังนั้น การย่อยอาหาร การนำอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายจะด้อยลง ก็ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง ทำให้มีโอกาสเป็นโรคต่างๆได้ง่าย ดังนั้น ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ทานอาหารสุก ไม่ว่าสุกด้วยแดด ฉายรังสี ด้วยความร้อน เช่น ต้ม แกง ผัด ล้วนแล้วแต่เอ็นไซม์ถูกทำลายไปสิ้น ร่างกายเราจะสร้างเอ็นไซม์ไม่เพียงพอในการย่อยอาหารสุก นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราเป็นโรคสารพัด เช่น เบาหวานเกาท์ ความดันโลหิตสูง และระบบขับถ่ายไม่ปกติ จึงขอแนะนำว่า แม้ว่า ร่างกายดูเหมือนยังโอเคอยู่ แต่หากต้องทานอาหารที่สุก หรืออาหารที่ใช้ผงชูรสมากๆ หรืออาหารที่มีสารกันบูดมากๆ ตัวเอ็นไซมืมีความสำคัญมากที่จะต้องทานเข้าไป แน่นอนครับ สำหรับเอ็นไซม์นั้น ควรทานก่อนอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics
» สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศสที่ใกล้ตัวเรา
» สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเชิญชวนนักศึกษาทุกท่านที่มีหนังสือค้างส่ง นำหนังสือ คืน โดย ไม่เสียค่าปรับ
» Facebook ของกลุ่มนักศึกษาวิชาเอกอังกฤษ
» ประวัติและความเป็นมาของคณะมนุษยศาสตร์
» อยากทราบอีเมล เฟสบุ้ค ช่องทางการติดต่อ ของเืพื่อนๆสื่อสาร มนุษศสาตร์หน่อยค้าบ มาเป็นเื่พื่อนกันนะครับ

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ