เพาะเห็ดเยื่อไผ่

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

เพาะเห็ดเยื่อไผ่

ตั้งหัวข้อ  แม่อุ่นอิ่ม on Mon May 21, 2012 3:43 pm

รบกวนสอบถามเกี่ยวกับเห็ดเยื่อไผ่นะคะ พอดีตอนนี้เห็ดเยื่อไผ่ขึ้นเองที่บ้านหนะคะ ขึ้นอยู่หลังกอไผ่ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเป็นเห็ดอะไร เดาเอาว่าน่าจะเป็นเห็ดพิษ เพราะรูปร่างสวยเลยถ่ายรูปมาลง facebook ให้เพื่อนๆดู ปรากฎว่ามีเพื่อนค้นข้อมูลให้บอกว่าเป็นเห็ดเยื่อไผ่ เก็บได้วันละ 1 กก.ค่ะ เลยเอามาตากแห้งไว้ และยังมีก้อนเห็ด(มันเหมือนก้อนไข่เป็ดค่ะ)ที่ยังตูมอีกเยอะเลยค่ะ ก็เลยสืบค้นข้อมูลจนได้มาพบกับเว็ปของดร.อานนท์นี่แหละค่ะ อยากทราบว่า เราสามารถเพาะเห็ดจากธรรมชาติได้มั๊ยคะ วิธีการเพาะทำอย่างไรคะ รบกวนสอบถามก่อนจะเข้าอบรมค่ะ ตั้งใจว่าจะเข้าอบรมเพาะเห็ดเยื่อไผ่นี่แหละคะ แต่กลัวว่าเห็ดที่บ้านจะหมดไปซะก่อน รบกวนถามหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

แม่อุ่นอิ่ม

จำนวนข้อความ : 4
Join date : 21/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

แม่อุ่นอิ่มกำลังมีโชคที่เห็ดเยื่อไผ่เกิดขึ้นอยู่หลังกอไผ่ เห้ดชนิดนี้ ชาวจีนเขาถือว่าเป็นยาโป้วมาเป็นพันๆปีแล้ว

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Mon May 21, 2012 9:04 pm

นับว่าเป็นมหาโชคของคุณแม่อุ่นอิ่มแล้ว ที่มีเห็ดเยื่อไผ่เกิดขึ้นที่บ้าน นี่ไง ที่ ดร.อานนท์ พูดถึงมาตลอดว่า เห็ดเยื่อไผ่นั้น มันมีถิ่นเกิดตามธรรมชาติในเขตอากาศแบบไทยๆของเรานี่เอง แต่ด้วยความที่มันไม่เหมือนเห็ดทั่วๆไป มีลักษณะประหลาด ไม่เหมือนเห็ดทั่วไป หนำซ้ำเวลามันบาน จะมีกระโปรงบานอย่างรวดเร็ว ตรงปลายหมวกของมันจะมีสีดำมีเมือกเยิ้มออกมา และมีกลิ่นคาวอย่างรุนแรง ซึ่งกลิ่นดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกลิ่นฟรีโรโมน หรือกลิ่นเฉพาะทางเพศของแมลงบางชนิด เช่น แมลงภู่ ดังนั้น เวลามันบานเพียงไม่กี่นาที ก็จะมีแมลงภู่มาตอมดูดกินเมือกสีดำอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งตรงจุดนี้เอง คือ จุดที่สร้างสปอร์หรือเมล็ดของเห็ด และตัวแมลงภู่นี้เอง ที่เป็นตัวนำพาเอาสปอร์หรือเมล็ดของเห็ดเยื่อไผ่กระจายไปยังที่ไกลๆได้ การที่เห็ดเยื่อไผ่เกิดขึ้นที่บ้านคุณแม่อุ่นอิ่มนั้น แสดงว่า ตรงนั้น มีอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบไผ่หรือปุ๋ยหมักที่สะสมหมักหมมจนกลายเป็นอาหารโอชะของเห็ดชนิดนี้ และสภาพดินฟ้าอากาศเช่นนี้แหละที่ เห็ดเยื่อไผ่ชอบ นี่ก็เท่ากับเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่า เห็ดเยื่อไผ่ชอบอากาศเช่นไร และไม่ต้องตอบเลยก็ได้ว่า เห็ดชนิดนี้ สามารถเพาะได้ในสภาพบรรยากาศของประเทศไทยได้อย่างดีทีเดียว ปัญหามีอยู่ว่า แล้วทำไมเราถึงไม่เพาะเห็ดเยื่อไผ่ ก็เพราะเราไม่เคยทานเห็ดพวกนี้ที่เราเพาะขึ้นเองหรือเห็ดที่เกิดธรรมชาติ และก็เช่นเดียวที่คุณแม่อุ่นอิ่มมีความรู้สึกและคิดเอาเองตั้งแต่แรกว่า นี่น่าจะเป็นเห็ดพิษ เพราะรูปร่างมันประหลาด นั่นเป็นความรู้สึกของคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องเห็ด แต่ถามว่า จริงๆแล้ว เราเคยทานเห็ดชนิดนี้ไหม ต้องบอกว่า ส่วนใหญ่เคยทานกันมาแล้วทั้งสิ้น เช่น เวลาเราไปงานเลี้ยงโต๊ะจีน ส่วนใหญ่ เขาก็จะมีอาหารพวกตุ๋น และมักจะมีเห็ดเยื่อไผ่ใส่เข้าไปด้วย แต่ส่วนใหญ่ เขาจะเรียกสั้นๆว่า ใส่เยื่อไผ่ ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจผิด คืดว่า สิ่งที่เรากำลังทานนั้น คือ ส่วนที่เป็นเยื่อของต้นไผ่ จริงๆแล้ว มันเป็นเห็ด และเห็ดชนิดนี้ มีสรรพคุณทางยาบำรุงร่างกาย บำรุงปอด และซ่อมแซมเซลสมองอย่างดี คนที่มีความจำเสื่อมหรือสูงอายุและหลงๆลืมๆแล้ว ควรทานเห็ดเยื่อไผ่เพื่อช่วยป้องกันและรักษาอาการดังกล่าวได้ สมัยก่อน เห็ดชนิดนี้ หาได้ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ที่มีอากาศหนาวเย็น มักจะมีเห็ดพวกนี้เกิดขึ้นน้อยมาก ราคาจึงแพงมาก ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีโอกาสได้ทานนั้น ส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นสูง หรือคนที่มีฐานะดีเท่านั้น แต่ปัจจุบัน เห็ดชนิดนี้ สามารถเพาะได้เช่นเดียวกับเห็ดฟาง หรืออาจจะง่ายกว่า เห็ดฟางเสียอีก ในประเทศไทยของเรา สามารถเพาะได้ทุกพื้นที่ ทุกฤดู ตลอดทั้งปี อ้าว เมื่อรู้เช่นนั้น แล้วทำไมไม่ส่งเสริมให้ทำการเพาะเห็ดชนิดเลยล่ะ ก็กำลังจะทำเร็วๆนี้ไง จะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่จะมีการเปิดอบรมโดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ในเรื่องใหม่ๆหลายเรื่อง เช่น การเพาะเห็ดถั่งเช่า เห็ดกระดุมบราซิล เห็ดเยื่อไผ่ในเร็วๆนี้ แล้วทีนี้ ในกรณีของแม่อุ่นอิ่ม ที่บอกว่า ตอนนี้ ยังมีดอกเห็ดที่มีลักษณะเหมือนไข่เป็ดอยู่เยอะเลยนั้น ขอให้แม่อุ่นอิ่ม ควรรีบเก็บก่อนที่มันจะปริบาน กล่าวคือ เก็บตอนที่มันเป็นไข่เป็ดโตเต็มที่ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้เป็นเดือน(เก็บไว้ชั้นใส่ผัก) เมื่อไหร่ที่ต้องการจะทาน ให้เอาออกมาวางไว้แค่ 2-3 ชั่วโมง มันก็จะปริและบานภายในไม่กี่ชั่วโมง คือ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น มันก็จะบานเต็มที่ แล้วขอให้แม่อุ่นอิ่มลองเอาไปผัดเอาไปต้มดู ด้วยการเอาส่วนที่เป็นเมือก ที่เป็นแผ่นด้านบนออกเสีย เพราะมันคาว แต่ตรงนี้ คือ ยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศอย่างดีที่สุด ส่วนใหญ่มักจะเอามาหมักหรือดองเหล้าทาน เอาส่วนนี้ออก และส่วนของปลอกหุ้มออก ก็จะเหลือส่วนที่เป็นก้านและกระโปรง เอาส่วนนี้ไปทาน รับรองว่า ทานได้ ไม่เป็นพิษ และอร่อยมาก อร่อยกว่า เห็ดแห้งที่มาจากจีนอย่างเทียบกันไม่ติด ตรงนี้ไง ที่ ดร.อานนท์บอกว่า เห็ดเยื่อไผ่มันดีกว่าเห็ดฟาง ตรงที่ มันสามารถเก็บรักษาให้สดได้นานเป็นเดือน เมื่อไหร่อยากจะทาน ก็เอามาวางให้มันบาน และด้วยความที่เราสามารถควบคุมการบานของดอกเห็ดได้ และด้วยความที่มันเจริญเติบโตเร็วมาก จึงมีภัตตาคารชั้นนำของจีนนับพันๆแห่ง จะเอาไข่เห็ดเยื่อไผ่เก็บไว้ในตู้เย็น เวลาเปิดร้าน ก็จะเอาไข่เห็ดเยื่อไผ่เอาออกมา ตอนลูกค้าเข้าร้าน ก็จะเห็นดอกเห้ดเยื่อไผ่บานสะพรั่ง และก็เอาเห็ดเยื่อไผ่สดๆปรุงอาหารให้ลูกค้าทาน กลายเป็นรายการอาหารที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆของเศรษฐีจีนในปัจจุบันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ อยากจะขอให้คุณแม่อุ่นอิ่มเก็บเอาไข่เห็ดเยื่อไผ่เอาไว้ และหากเป็นไปได้ หากอยู่ใกล้อานนท์ไบโอเทคที่ตลาดไท หรือที่ผมที่หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุณาเอาดอกเห็ดสดๆนี้มาฝากด้วย เพื่อจะได้ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเอาไว้ทำการเพาะต่อไป คิดว่า หลังจากการอบรมรุ่นแรกที่ใกล้จะถึงนี้นั้น จากจุดนั้นเป็นต้นไป ประเทศไทยน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเป่านกหวีดเพาะเห็ดเยื่อไผ่เป็นธุรกืจ เพื่อทดแทนการนำเข้าเห็ดเยื่อไผ่ ที่ส่วนใหญ่เป็นเห็ดเยื่อไผ่จากจีนที่มีสารพิษอยู่เกินความปลอดภัยที่จะบริโภคได้ เพราะผ่านการฟอกสีด้วยกำมะถันอย่างแรงมาแล้ว เป็นเห็ดที่ไม่สามารถส่งไปขายที่ไหนในโลกได้ ยกเว้นประเทศไทย ที่พร้อมรับอาหารที่อุดมไปด้วยสารพิษ สารก่อมะเร็งทุกชนิดอยู่แล้ว และต่อไป ประเทศจีน ที่สถานะทางเศรษฐกิจดีวันดีคืน จะต้องนำเข้าเห็ดชนิดนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะคนจีนนิยมบริโภคเห็ดชนิดนี้มาก ซึ่งที่จีนสามารถเพาะเห็ดเยื่อไผ่ได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น ขณะที่ของเราเพาะได้ทั้งปี เอาเป็นว่า ใครที่สนใจที่จะเข้ารับการอบรมเพาะเห็ดเยื่อไผ่ ต้องรีบสำรองที่นั่งเป็นการด่วน เพราะทราบว่า เกือบจะเต็มแล้ว เพราะรับจำนวนจำกัด เพราะเป็นรุ่นแรก รุ่นประวัติศาสตร์ครับ

ร้านอาหารห้าดาวสำหรับเสรษฐีหรือคนชั้นสูงของจีนนิยมทานกันอย่างมาก คือ อาหารที่ปรุงจากเห็ดเยื่อไผ่สดๆ อีกไม่นานก็จะมีอาหารประเภทนี้จากสมาชิกของอานนท์ไบโอเทคอย่างแน่นอน

ไข่เห็ดเยื่อไผ่ ที่ยังตูมอยู่สามารถเก็บไว้ใส่ชั้นเก็บผักในตู้เย็นทั่วไป สามารถเก็บได้นานเป็นเดือน เมื่อต้องการจะทานเมื่อไหร่ ก็เอาออกมาวางไว้ข้างนอกประมาณ 1-2 ชั่วโมง เห็ดก็จะเริ่มบาน ใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงก็จะบานเต็มที่แล้ว


ภาพอาจารย์แม่กับหลานตา เก็บดอกเห็ดเยื่อไผ่ และภาพ ดร.อานนท์ ที่กำลังเปิดกระโปรงดูขาขาวๆ(ของเห็ดเยื่อไผ่)

ดอกเห็ดเยื่อไผ่ที่กำลังตูมอยู่เหมือนไข่เป็ดอย่างที่คุณแม่อุ่นอิ่มกล่าว แต่ในรูปเป็นเห็ดที่ ดร.อานนท์เพาะขึ้นที่อานนท์ไบโอเทคอยู่ปัจจุบันนี้


ลักษณะดอกเห้ดเยื่อไผ่ตูมที่อานนท์ไบโอเทค เพื่อเก็บข้อมูลเตรียมการสอนเรื่องเห็ดเยื่อไผ่ในเร็ววันนี้


เห็ดเยื่อไผ่ออกสะพรั่งทั้งที่อานนท์ไบโอเทค ใกล้ตลาดไท ที่พุแค ที่อุทยานเห็ดนานาชาติที่ลพบุรีและที่บ้านเกิดของ ดร.อานนท์ที่จังหวัดแพร่


นี่ไง ผมเองครับ ตอนนี้น้ำหนักลดลงไปเยอะแล้วครับ เพราะเห็ดเยื่อไผ่นี่แหละ แค่เกินร้อยไปนิดเดียวเท่านั้น ใบหน้าผมก็ไร้สิว ฝ้า หน้าด่างดำแล้วครับ ก็เพราะครีมมหาอมตะที่ได้จากการหมักเห็ดเยื่อไผ่สดนี่เองครับ



อาจารย์แม่(แม่ผมเอง) กำลังบรรจงเก็บเห็ดเยื่อไผ่ เพื่อนำไปปรุงอาหารจากเห็ดสดๆ ทำได้ทั้งต้ม แกง ผัดหรือยำ อะไรๆก็อร่อยและบำรุงร่างกายสุดยอดจริงๆ
จึงอยากขอแนะนำให้คุณแม่อุ่นอิ่ม พยายามเก็บกิ่งไม้ ใบไม้ ทั้งใบไผ่ ใบหรือกิ่งไม้อะไรก็ได้ ผสมกับอาหารเสริมเห็ด KAT 201 ประมาณ 5% แล้วราดด้วยจุลินทรีย์ไบโอวัน กองหมักไว้ประมาณ 4-6 วัน โดยทำการกลับกองทุกๆ1-2 วัน แล้วเอาไปคลุมไว้ตรงที่เคยมีดอกเห้ดเยื่อไผ่เกิดขึ้น จากนี้ไป คุณแม่อุ่ยอิ่มก็จะมีเห็ดเยื่อไผ่เกิดขึ้นตลอดไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหมดครับ

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เพาะเห็ดเยื่อไผ่

ตั้งหัวข้อ  แม่อุ่นอิ่ม on Tue May 22, 2012 12:41 pm

ขอบพระคุณนะคะที่กรุณาให้ความรู้ ดิฉันอยู่จังหวัดสุรินทร์ค่ะ พอดีปลายสัปดาห์นี้จะเข้ากรุงเทพค่ะ ไม่ทราบว่าถ้าจะนำก้อนเห็ดเยื่อไผ่ไปให้ต้องใช้วิธีไหนคะ เพราะต้องเดินทางประมาณ 6 ชม.ค่ะ แล้วจะเข้าไปซื้อ KAT 201 กับจุลินทรีย์ไบโอวันด้วยค่ะ

แม่อุ่นอิ่ม

จำนวนข้อความ : 4
Join date : 21/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

วิธีการเก็บเห็ดเยื่อไผ่ให้สดอยู่นานๆเพื่อการขนส่ง

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Tue May 22, 2012 11:37 pm

ดังได้กล่าวไปแล้วว่า เห็ดเยื่อไผ่ มีคุณสมบัติพิเศษกว่าเห็ดอื่นๆ แม้กระทั่งเห็ดฟาง กล่าวคือ สามารถเก็บดอกเห็ดที่ตูมอยู่ในห้องเย็นหรือในตู้เย็นให้ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งอยู่ มันจะยังความสดอยู่ได้นานนับเดือน ดังนั้น หากคุณแม่อุ่นอิ่มจะเอาเห็ดเยื่อไผ่มาให้นั้นง่ายนิดเดียว ให้เก็บดอกเห็ดที่ยังเป็นไข่หรือตูมอยู่ ห่อด้วยกระดาษปอนด์ เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วใส่ในถุงพลาสติก ใส่ไว้ในถังน้ำแข็งหรือกระติกน้ำแข็ง แล้วเอาน้ำแข็งใส่ทับไว้ด้านบน(อย่าเอาวางบนน้ำแข็ง เพราะความเย็นจะลงล่าง ไม่ขึ้นบน ทำแบบนี้ เดินทาง 6 ชั่วโมงสบายมากครับ เอามาแลกกับอาหารเสริม 201 ได้ครับ ตอนนี้ได้บอกเจ้าหน้าที่รอรับเรื่องไว้แล้ว ร้านของอานนท์ไบโอเทค อยู่ตรงวงเวียนที่สอง ด้านหลังของตลาดไท ตรงข้ามอู่จอดรถเมล์ปรับอากาศสาย 39ม 510 และ520 หรือศูนย์พันธุ์ไม้ หากหาไม่เจอ โทรถามได้ที่ 029083308 และ 0860830202

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

เพาะเห็ดเยื่อไผ่

ตั้งหัวข้อ  แม่อุ่นอิ่ม on Wed May 23, 2012 12:35 pm

จะเข้ากท.วันพฤหัสนี้ค่ะ(พรุ่งนี้ค่ะ) จะแวะเข้าไปน่าจะประมาณบ่าย 4 โมงเย็นค่ะ มีคำถามต่อไปอีกค่ะว่า แล้วเราจะดูอย่างไรคะ ว่าดอกเห็ดตูมอันไหนที่เก็บได้แล้ว มีลักษณะพิเศษอะไรให้สังเกตมั๊ยคะ หรือดูที่ขนาดอย่างเดียว เมื่อเช้าไปเจอก้อนเห็ดงอกออกมาจากกาบมะพร้าวที่โยนทิ้งๆแถวนั้นแหละค่ะ พอดีบริเวณที่มีเห็ดเกิด เป็นหลุมที่เอาไว้ทิ้งกิ่งไม้ใบไม้ รกทีเดียวค่ะ ต้องบุกป่าฝ่าดงกันเข้่าไปเก็บ ลองเขี่ยๆดู เห็นว่ายังมีอีกเยอะ แต่อยู่ตรงนั้นนานๆไม่ไหว ยุงรุมไปทั้งตัวเลยค่ะ พอนึกภาพออกมั๊ยคะ รกขนาดไหน ถ้าท่านเจ้าที่ไม่ดลจิตดลใจให้เดินไปแถวๆนั้น คงไม่พบความมหัศจรรย์ของเห็ดชนิดนี้แน่เลยค่ะ 55555

แม่อุ่นอิ่ม

จำนวนข้อความ : 4
Join date : 21/05/2012

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ก็ถือว่า เป็นความมหัศจรรย์ที่จูงใจให้คุณดั้นด้นไปหาแม้อยู่ในดงป่าที่รกรุงรังแถมยุงชุมด้วย

ตั้งหัวข้อ  Pai_Anonworld on Thu May 24, 2012 12:51 pm

ดีใจด้วย ที่คุณกำลังจะเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันทรงค่า และเห้ดชนิดนี้ กำลังโด่งดังที่สุดอีกชนิดหนึ่งของโลก เพราะมันช่วยบำรุงร่างกายสำหรับคนที่เตะปี๊บไม่ดังให้ดังได้ แล้วต่อไปจีนจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของเรา เพราะเขาเพาะได้เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น ส่วนการที่จะดูว่า ดอกตูมที่อยู่ในไข่นั้น สังเกตอย่างไรจึงจะรู้ว่ามันแก่พอพร้อมที่จะเก็บได้ เรื่องนี้ น่าจะสังเกตดูสักพักจะรู้เอง เพราะดอกที่แก่เต็มที่ที่กำลังจะบานนั้น มันจะเต่ง จะตึง ปลอกหุ้มจะมีลักษณะแตกรางา เวลาเอามือจับดูจะนิ่มเหมือนไข่เต่า คือ นิ่มเละๆ แบบนี้เก็บได้เลยครับ คิดว่า คำตอนนี้คงจะส่งไปขณะที่แม่อุ่นอิ่มกำลังเดินทางเอาดอกเห็ดมาที่อานนท์ไบโอเทคแล้วล่ะ ก็เอาไว้เจอกันที่หน้าร้านอานนท์ไบโอเทคก็แล้วกัน และหากเป็นไปได้ ให้บันทึกภาพไว้เยอะๆหน่อย แล้วให้มีหน้าคนที่นั่นไปด้วย รวมทั้งแม่อุ่นอิ่มด้วย เพราะเดี๋ยวนี้มีพวกโจรกรรมรูปทางเน็ต ที่ขโมยเอารูปเราไปแล้วเอาไปอ้างว่าเป็นของตัวเองเยอะแยะไป

Pai_Anonworld

จำนวนข้อความ : 1316
Join date : 29/11/2010
Age : 34

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.anonworld.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ